QRLoom

วิธีเช็ก QR Code ปลอม ก่อนสแกนจ่ายเงิน

วิธีเช็ก QR Code ปลอม: ดูว่ามีสติกเกอร์แปะทับ QR ของจริงหรือไม่ ดูชื่อเว็บที่ QR จะเปิดก่อนกด หลีกเลี่ยงลิงก์ย่อและชื่อธนาคารที่สะกดผิด และห้ามกรอกรหัสผ่านหรือ OTP จากหน้าเว็บที่เปิดจาก QR ส่วน QR พร้อมเพย์ ให้โอนเฉพาะเมื่อชื่อบัญชีในแอปธนาคารตรงกับชื่อร้าน

สติกเกอร์ QR พร้อมเพย์ปลอมแปะทับหน้าร้าน

กลโกงที่พบบ่อยในไทยคือมิจฉาชีพสร้าง QR พร้อมเพย์ของตัวเอง พิมพ์เป็นสติกเกอร์ แล้วแปะทับ QR ของร้านค้า แผงในตลาด ตู้บริการ หรือป้ายรับเงินที่จอดรถ ลูกค้าสแกนจ่ายตามปกติ แต่เงินเข้าบัญชีมิจฉาชีพ ร้านค้ามักรู้ตัวเมื่อลูกค้าบอกว่าโอนแล้วแต่เงินไม่เข้า

QR ปลอมแบบนี้เป็น QR พร้อมเพย์ที่ถูกต้องตามรูปแบบทุกอย่าง แอปธนาคารสแกนได้ปกติ จุดที่เปิดโปงได้มีสองอย่าง: ขอบสติกเกอร์ที่แปะซ้อน (นูน เบี้ยว สีหรือขนาดไม่เข้ากับป้าย) และชื่อบัญชีผู้รับที่แอปธนาคารแสดงก่อนกดยืนยัน ถ้าชื่อไม่ตรงกับร้าน ให้หยุดและถามพนักงาน

สำหรับเจ้าของร้าน: ตรวจป้าย QR ทุกวัน ใช้ป้ายที่เคลือบหรือวางหลังกระจก พิมพ์ชื่อบัญชีไว้ใต้ QR ให้ลูกค้าเทียบได้ และพิจารณาแสดง QR บนหน้าจอหรือเครื่อง EDC แทนการติดสติกเกอร์ถาวร

QR หลอกลวงที่เจอได้บ่อยนอกร้านค้า

ที่จอดรถและใบสั่งปลอม

ป้ายหรือใบแจ้งค่าจอดที่มี QR ให้สแกนจ่ายค่าปรับ มักพาไปหน้าเว็บปลอมที่ขอข้อมูลบัตร ค่าปรับจริงจากหน่วยงานรัฐจะมีช่องทางชำระที่ตรวจสอบได้บนเว็บ .go.th

พัสดุและการจัดส่ง

บัตร "ส่งพัสดุไม่สำเร็จ" ที่มี QR ให้กรอกที่อยู่หรือจ่ายค่าส่งเพิ่ม มักเป็นหน้าเว็บที่ปลอมเป็นบริษัทขนส่ง ให้เปิดแอปหรือเว็บของขนส่งเองแล้วกรอกเลขพัสดุ

SMS อีเมล และ LINE

ข้อความอ้างว่าเป็นธนาคาร การไฟฟ้า หรือกรมสรรพากร พร้อมรูป QR ให้สแกน "รับเงินคืน" หรือ "ยืนยันตัวตน" หน่วยงานจริงไม่ส่ง QR มาให้ล็อกอินหรือติดตั้งแอป

เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนสแกน QR Code

  1. 1

    ดูตัว QR ก่อน

    สังเกตว่ามีสติกเกอร์แปะทับ QR ที่พิมพ์ไว้หรือไม่ ขอบนูน เบี้ยว หรือขนาดไม่เข้ากับป้าย ถ้าสงสัยให้ถามพนักงาน

  2. 2

    ดูชื่อเว็บก่อนกดเปิด

    กล้องมือถือจะแสดงชื่อเว็บก่อนเปิด อ่านชื่อโดเมนให้ครบ หรือใช้เครื่องมือเช็ก QR ของ QRLoom เพื่อดูปลายทางจริง

  3. 3

    ระวังลิงก์ย่อและชื่อสะกดคล้าย

    ลิงก์ย่อซ่อนปลายทางจริง ชื่ออย่าง kasikornbonk หรือ scb-th ไม่ใช่ธนาคาร เว็บราชการจริงลงท้ายด้วย .go.th

  4. 4

    ห้ามกรอกรหัสผ่านหรือ OTP จากหน้าที่เปิดจาก QR

    ถ้าต้องล็อกอินธนาคาร ให้ปิดหน้าเว็บแล้วเปิดแอปธนาคารเอง ห้ามกรอกเลขบัตร รหัส OTP หรือรหัสผ่านในหน้าที่มาจาก QR

  5. 5

    QR พร้อมเพย์: ดูชื่อบัญชีก่อนยืนยัน

    แอปธนาคารจะแสดงชื่อบัญชีผู้รับก่อนกดยืนยัน จ่ายเฉพาะเมื่อชื่อตรงกับร้าน และยอดเงินตรงกับที่ต้องจ่าย

  6. 6

    ไม่ติดตั้งแอปหรือแอดไลน์จาก QR ที่ไม่ได้ขอ

    QR บนใบปลิว ใบแจ้งค่าปรับ หรือข้อความที่ไม่ได้คาดหวัง อาจพาไปติดตั้งแอปดูดเงินหรือแชตกับมิจฉาชีพ ให้ติดต่อหน่วยงานผ่านช่องทางทางการเอง

โอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ต้องทำอะไร

ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสระงับเงินได้ ทำตามลำดับนี้ทันที:

  1. โทรหาธนาคารของคุณทันที (เบอร์อยู่หลังบัตรหรือในแอป) แจ้งว่าถูกหลอกโอนเงิน และขอให้ระงับธุรกรรมและบัญชีปลายทาง
  2. โทรสายด่วน 1441 ศูนย์ AOC ต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ เปิด 24 ชั่วโมง
  3. แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th (เว็บไซต์ทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)
  4. เก็บหลักฐาน: สลิปโอนเงิน ภาพหน้าจอ รูป QR ที่สแกน และแชตทั้งหมด
  5. หากกรอกรหัสผ่านหรือติดตั้งแอปจากลิงก์ ให้เปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์อื่นและแจ้งธนาคาร

ระวังมิจฉาชีพซ้ำสอง: ตำรวจระบุว่าช่องทางแจ้งความออนไลน์มีเพียงสายด่วน 1441 และ thaipoliceonline.go.th เท่านั้น เพจ Facebook บัญชี LINE หรือแอปที่อ้างว่าช่วยแจ้งความหรือ "ตามเงินคืน" เป็นของปลอม

คุณยังรายงาน QR ปลอมกับเราได้ในหน้าเช็ก QR เพื่อช่วยเตือนผู้อื่น

คำถามที่พบบ่อย

QR Code ปลอมหน้าตาต่างจากของจริงไหม?

ส่วนใหญ่ดูไม่ออกจากลวดลาย QR เพราะ QR ปลอมก็สร้างตามมาตรฐานเดียวกัน ต้องดูจากสติกเกอร์ที่แปะทับ ชื่อเว็บที่ QR จะเปิด และชื่อบัญชีผู้รับในแอปธนาคาร

สแกน QR Code อย่างเดียวอันตรายไหม?

การสแกนเฉย ๆ แทบไม่อันตราย อันตรายเกิดเมื่อเปิดลิงก์แล้วกรอกข้อมูล ติดตั้งแอป หรือโอนเงินให้บัญชีปลอม

แอปธนาคารป้องกัน QR พร้อมเพย์ปลอมได้ไหม?

แอปแสดงชื่อบัญชีผู้รับก่อนกดยืนยัน ซึ่งเป็นด่านป้องกันที่ดีที่สุด แต่แอปไม่รู้ว่าคุณตั้งใจจะจ่ายให้ใคร คุณต้องเทียบชื่อกับร้านเอง

โอนเงินให้มิจฉาชีพแล้วโทรที่ไหน?

โทรธนาคารของคุณทันทีเพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง จากนั้นโทรสายด่วน 1441 (24 ชั่วโมง) และแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th

แหล่งอ้างอิง