QRLoom
PDF

สร้าง QR Code PDF ฟรี (แปลงไฟล์ PDF เป็น QR)

QRLoom ไม่ได้เก็บไฟล์ การทำ QR Code ให้เปิด PDF จึงมี 2 ขั้น: อัปโหลด PDF ไว้ที่ที่ให้ลิงก์สาธารณะได้ เช่น Google Drive ที่ตั้งเป็น "ทุกคนที่มีลิงก์" Dropbox หรือเว็บไซต์ของคุณ แล้วนำลิงก์มาวางในเครื่องสร้างด้านล่าง คนสแกนจะเปิด PDF ได้ทันที ถ้าอยากเปลี่ยนไฟล์ภายหลังให้ใช้ QR แบบไดนามิก

วิธีแปลง PDF เป็น QR Code ใน 5 ขั้นตอน

หัวใจของ QR PDF คือการตั้งค่าแชร์ให้ถูก ถ้าไฟล์ยังเป็นแบบจำกัดสิทธิ์ คนสแกนจะเจอหน้า "ขอสิทธิ์เข้าถึง" แทนเอกสาร ทำตามนี้ทีละขั้น แล้วทดสอบด้วยมือถือที่ไม่ได้ล็อกอินบัญชีของคุณก่อนสั่งพิมพ์ทุกครั้ง

  1. 1

    อัปโหลด PDF

    อัปโหลดไฟล์ขึ้น Google Drive, Dropbox, OneDrive หรือเว็บไซต์ของร้าน ถ้าไฟล์ใหญ่ ให้บีบอัดก่อนเพื่อให้เปิดบนมือถือได้เร็ว

  2. 2

    ตั้งค่าให้ทุกคนที่มีลิงก์เปิดได้

    ใน Google Drive กดแชร์ ที่ "การเข้าถึงทั่วไป" เปลี่ยนเป็น "ทุกคนที่มีลิงก์" และเลือกบทบาท "ผู้มีสิทธิ์อ่าน" ใน Dropbox ให้สร้างลิงก์แชร์ที่ทุกคนที่มีลิงก์ดูได้

  3. 3

    คัดลอกลิงก์ของไฟล์

    กด "คัดลอกลิงก์" ให้เป็นลิงก์ของไฟล์ PDF โดยตรง ไม่ใช่ลิงก์ของโฟลเดอร์

  4. 4

    วางลิงก์ในเครื่องสร้าง

    วางลิงก์ในช่อง URL ด้านบน ถ้าอาจเปลี่ยนไฟล์ในอนาคต ให้เปิด "QR Code แบบไดนามิก" (ใช้ Pro หรือซื้อ QR แบบตลอดชีพ) แล้วดาวน์โหลด QR

  5. 5

    ทดสอบแบบไม่ล็อกอิน

    สแกนด้วยมือถือคนอื่น หรือเปิดลิงก์ในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน ผ่านเน็ตมือถือ ต้องเปิด PDF ได้โดยไม่ต้องขอสิทธิ์และไม่ช้าเกินไป

ควรฝาก PDF ไว้ที่ไหนดี

ถ้ามีเว็บไซต์ของร้าน การอัปโหลด PDF ไว้บนเว็บตัวเองดีที่สุด เพราะลิงก์สั้น เปิดเร็ว และคุณควบคุมได้เต็มที่ ถ้าไม่มีเว็บ Google Drive หรือ Dropbox ก็ใช้ได้ดีและฟรี ขอแค่ตั้งค่าแชร์ให้ทุกคนที่มีลิงก์เปิดได้ และอย่าลบหรือย้ายไฟล์หลังพิมพ์ QR ไปแล้ว

  • Google Drive: ฟรี เปิดบนมือถือเป็นหน้าแสดงตัวอย่างไฟล์ ต้องตั้ง "ทุกคนที่มีลิงก์" ไม่อย่างนั้นคนสแกนจะเจอหน้าขอสิทธิ์
  • Dropbox / OneDrive: ใช้ลิงก์แชร์แบบดูได้ทุกคน เช็กว่าลิงก์ไม่มีวันหมดอายุหรือรหัสผ่านที่ตั้งไว้
  • เว็บไซต์ของคุณ: ลิงก์ดูน่าเชื่อถือที่สุด เปิดเร็ว และไม่มีหน้าของผู้ให้บริการคั่น

ปัญหาที่เจอบ่อยกับ QR Code PDF

QR PDF ที่ใช้ไม่ได้ส่วนใหญ่ไม่ได้เสียที่ตัว QR แต่เสียที่ลิงก์ เช่น ไฟล์ยังเป็นแบบจำกัดสิทธิ์ แชร์ลิงก์โฟลเดอร์แทนไฟล์ ไฟล์ถูกลบหรือย้าย หรือไฟล์ใหญ่จนโหลดบนเน็ตมือถือนานเกินไป เช็กรายการด้านล่างก่อนสั่งพิมพ์

  • ขึ้นหน้า "ต้องได้รับสิทธิ์เข้าถึง": การแชร์ยังเป็น "จำกัด" ให้เปลี่ยนเป็น "ทุกคนที่มีลิงก์"
  • ทดสอบแล้วเปิดได้ แต่ลูกค้าเปิดไม่ได้: คุณล็อกอินบัญชีเจ้าของไฟล์อยู่ ให้ทดสอบในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน
  • โหลดช้า: ลดขนาดรูปใน PDF หรือบีบอัดไฟล์ให้เหลือไม่กี่ MB
  • อ่านยากบนมือถือ: PDF ขนาด A4 ต้องซูม ถ้าเป็นเมนูร้านอาหาร หน้าเว็บที่ออกแบบสำหรับมือถือจะอ่านง่ายกว่า
  • ข้อมูลส่วนตัว: ทุกคนที่มีลิงก์เปิดไฟล์ได้ อย่าใส่ข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลใน PDF ที่ทำ QR
ทำ QR เมนูร้านอาหารที่อ่านง่ายบนมือถือ

เปลี่ยนไฟล์ PDF ได้ไหม โดยไม่ต้องพิมพ์ QR ใหม่

ได้ 2 วิธี วิธีแรกใช้ QR แบบไดนามิก ซึ่งแก้ลิงก์ปลายทางให้ชี้ไปไฟล์ใหม่ได้ทุกเมื่อ และดูจำนวนสแกนได้ (ใช้ Pro หรือซื้อ QR แบบตลอดชีพ) วิธีที่สองถ้าฝากไว้ที่ Google Drive ให้อัปโหลดเวอร์ชันใหม่ทับไฟล์เดิมผ่าน "จัดการเวอร์ชัน" ไฟล์ยังเป็นไฟล์เดิม ลิงก์จึงไม่เปลี่ยน

ใน Google Drive บนคอมพิวเตอร์: คลิกไฟล์ที่ต้องการแทนที่ กดเมนูเพิ่มเติม (⋮) เลือก "จัดการเวอร์ชัน" แล้ว "อัปโหลดเวอร์ชันใหม่" อย่าลบไฟล์เดิมแล้วอัปโหลดใหม่ เพราะจะได้ลิงก์ใหม่และ QR แบบคงที่จะใช้ไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

อัปโหลด PDF ใน QRLoom ได้ไหม?

ไม่ได้ QRLoom ไม่มีการฝากไฟล์ ให้อัปโหลด PDF ไว้ที่ Google Drive, Dropbox หรือเว็บของคุณ แล้วนำลิงก์มาสร้าง QR ประเภทลิงก์ ผลลัพธ์เหมือนกัน คือสแกนแล้วเปิด PDF ได้

ทำไมสแกนแล้วขึ้นว่าต้องขอสิทธิ์เข้าถึง?

เพราะไฟล์ใน Google Drive ยังตั้งการเข้าถึงเป็น "จำกัด" ให้เปิดการแชร์ เปลี่ยน "การเข้าถึงทั่วไป" เป็น "ทุกคนที่มีลิงก์" และเลือก "ผู้มีสิทธิ์อ่าน" QR เดิมจะใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างใหม่

ไฟล์ PDF ควรใหญ่แค่ไหน?

ยิ่งเล็กยิ่งดี เพราะคนส่วนใหญ่สแกนผ่านเน็ตมือถือ ลดความละเอียดรูปภาพในไฟล์หรือใช้เครื่องมือบีบอัด PDF ให้เหลือไม่กี่ MB จะเปิดได้เร็วขึ้นมาก

ใช้ QR PDF ทำเมนูร้านอาหารดีไหม?

ใช้ได้และทำง่าย แต่ PDF ขนาด A4 ต้องซูมอ่านบนมือถือ ถ้าอยากให้ลูกค้าอ่านง่ายและแก้ราคาได้บ่อย หน้าเมนูออนไลน์ที่ออกแบบสำหรับมือถือจะเหมาะกว่า

แหล่งอ้างอิง